สะดุดบ่อยๆ เป็นผลดี!

สะดุดบ่อยๆ เป็นผลดี!

สะดุดบ่อยๆ

สะดุดบ่อยๆ

มีแฟนลิเวอร์พูลบางคนแสดงความกังวลกับผลงานของทีมรักในช่วงนี้ถึงกับสอบถามเข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นกับทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไอ้เรื่องวิตกถึงขนาดจะไม่ได้แชมป์ลีกเพราะถูกแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่แซงคงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ อันนั้นแค่หวั่นอยู่ลึกๆ แบบลึกจริงๆ

ความรู้สึกเป็นทำนองแปลกใจมากกว่าว่าเพราะอะไรจากทีมที่กวาดผลงานในระดับเตะ 27 ชนะ 26 เสมอ 1 ในลีกถึงได้สะดุดต่อเนื่องแพ้ถึง 3 จาก 4 เกมหลังสุด ทั้งยังแพ้แบบตีไข่ไม่แตกทั้งหมด แพ้ แอต.มาดริด ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 0-1 แพ้ วัตฟอร์ด ในพรีเมียร์ลีก 0-3 แพ้ เชลซี ในเอฟเอ คัพ 0-2

ถ้าเรามองย้อนกลับไปในฤดูกาลนี้จะเห็นว่าอันที่จริงก็มีหลายเกมที่หงส์แดงเอาตัวรอดได้อย่างหวุดหวิดนะครับ เกมตื้อๆ ทำท่าจะแย่เกือบจะจบที่ผลเสมออยู่แล้วแต่สุดท้ายควักสามคะแนนติดมือออกจากสนามเฉย ชนะเชฟฯ ยูไนเต็ด 1-0 ชนะเลสเตอร์ 2-1 ชนะสเปอร์ส 2-1 ชนะแอสตัน วิลล่า 2-1 ชนะคริสตัล พาเลซ 2-1 ชนะไบรท์ตัน 2-1 ชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-1 ชนะนอริช 1-0 ชนะเวสต์แฮม 3-2    หรือกระทั่งเกมที่ไล่ตีเสมอแมนฯ ยูไนเต็ด 1-1 ก็เต็มกลืนเพราะได้ลูกยิงของ อดัม ลัลลาน่า ช่วยท้ายเกมหลายเกมเกือบเสมอ บางเกมเกือบแพ้ ต้องอาศัยช่วงเวลาคล็อปป์ไทม์ยิงประตูสำคัญหลังนาที 85 มาช่วยก็บ่อย

หลายเกมที่ปรากฏออกมาจึงไม่ได้น่าประทับใจถึงขนาดต้องร้องว้าวแล้วเก็บไปฝันหวาน ตรงกันข้ามบางครั้งแม้แต่เดอะค็อปเองยังเกาหัวด้วยความมึนงงด้วยซ้ำว่าทีมเราชนะได้ยังไงหว่า อันที่จริงมันคือเครดิตของหงส์แดงเองนั่นแหละ พวกเขาอัพเกรดคุณภาพของตัวเองขึ้นมาเป็นทีมระดับลุ้นแชมป์เต็มตัว เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติของแชมเปี้ยนส์ เล่นดีชนะ เล่นไม่ดีก็ชนะ เมื่อว่ากันไปนัดต่อนัดแล้วลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่าแค่ประคองตัวให้ไม่แพ้ในบางเกม เพราะสามารถเปลี่ยนเป็นชัยชนะได้ทั้งหมด  แต้มก็เลยทิ้งห่างอย่างที่เห็น ชนะแบบพอดีๆ ไม่ต้องถล่มทลาย ไม่ต้องหวือหวา แต่ชนะทุกครั้ง นี่แหละทรงประสิทธิภาพที่สุด ลิเวอร์พูลที่นำห่างเป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกเวลานี้เป็นอย่างนั้น แม้จะมีหลายเกมที่บ่งบอกว่าในความ “พอดีคำ” ของพวกเขานั้นสุ่มเสี่ยงกับการเสมอหรือแพ้แบบที่เรียกได้ว่ามีเส้นบางๆ ขวางกั้นอยู่ก็ หากเมื่อเกมจบลงแล้วแฟนบอลก็พร้อมจะลืมความฝืดเคืองเหล่านั้นแล้วพุ่งความสนใจไปที่ชัยชนะมากกว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก มันคือเรื่องปกติ

ฤดูกาลหนึ่งยาว 9-10 เดือน คงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีทีมไหนทำอย่างนี้ได้ทุกเกม มันคงต้องมีวันที่ผลลัพธ์สอดคล้องกับความจริงบ้าง อย่างที่ลิเวอร์พูลโดนเล่นงานด้วยฟุตบอลอันยอดเยี่ยมของวัตฟอร์ด และเกมลูกหนังนี่ก็แปลกอยู่อย่างนะครับตรงที่เมื่อมันเกิดขึ้นแล้วบางทีก็มักจะเกิดขึ้นติดๆ กันด้วยเหมือนแกล้ง เราจึงได้เห็นหงส์แดงโยนโอกาสสร้างชื่อยิ่งใหญ่ทาบอาร์เซน่อลเรื่องไร้พ่ายและเทียบแมนฯ ยูไนเต็ดเรื่องทริปเปิ้ลแชมป์ทิ้งไปภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

อย่างไรก็ตาม การสะดุดติดๆ กันอย่างนี้เป็นผลดีมากกว่าผลเสียสำหรับลิเวอร์พูล เพราะมันไม่ได้เกิดขึ้นในเกมชี้เป็นชี้ตายอย่างนัดแย่งแชมป์ หรือเกมชิง 6 คะแนนกับกลุ่มบิ๊กซิกซ์ด้วยกัน

แชมเปี้ยนส์ ลีกยังอยู่บนเส้นทางป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีกก็ยังอยู่บนถนนของการสร้างประวัติศาสตร์จบการรอคอยอันยาวนาน ผมไม่คิดว่าผลงาน 3-4 นัดล่าสุดของลิเวอร์พูลจะดำเนินต่อไปจนจบฤดกาล โลกไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น แต่กลับมีโอกาสมากกว่าที่พวกเขาจะรันยาวเข้าป้ายด้วยความแข็งแกร่งกว่าเดิม เริ่มจากเกมรับมือบอร์นมัธค่ำวันนี้ ตัดไม้ข่มนามทีมอื่นๆ ทั้งหมดด้วยการประกาศว่าพวกเรากลับมาแล้ว ที่แอบลุ้นกันอยู่ลึกๆ ว่าเราจะหัวทิ่มต่อไปก็ขอให้เลิกลุ้นกันได้  จังหวะเหมาะเสียด้วยสิครับเพราะเตะเป็นคู่แรกของสัปดาห์นี้พอดี เตะก่อน ชนะก่อน ฉีกหนีไปก่อน ผมคิดว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ คงไม่ยอมปล่อยให้เกมนี้หลุดมือไปแน่

ขอบคุณข้อมูลจาก :https://www.siamsport.co.th

ติดตามข่าวสารได้ที่ :https://www.sports24u.com

ร่วมสนุกกับเกมส์การแข่งขัน :www.ufabet911.com