โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

ชนะ 4 เสมอ 2 คือผลงานใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาลนี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการเจอกับ ลิเวอร์พูล, แมนเชสเตอร์ ซิตี้, เลสเตอร์ ซิตี้, เชลซี, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล โดย 2 เกมที่เสมอคือนัดกับ ลิเวอร์พูล และ อาร์เซน่อล ที่จบลงด้วยสกอร์ 1-1 ทั้งคู่

การเก็บแต้มจากทีมชั้นยอดในลีกได้รวมแล้วถึง 14 คะแนน จากทั้งหมด 18 แต้ม ทำให้ดูแล้วมันน่าจะช่วยให้ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่ในกลุ่มลุ้นแชมป์ได้ไม่ยาก น่าเศร้าที่มันไม่เป็นอย่างนั้น เพราะปัจจุบัน “ปีศาจแดง” อยู่ที่ 8 ของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 25 แต้ม จากทั้งหมด 18 เกม นั่นหมายความว่าในเกมที่ไม่ได้เจอกับ 6 ทีมที่กล่าวถึงในเบื้องต้นนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บได้เพียง 11 คะแนน จากจำนวนเต็ม 36 แต้ม แบ่งเป็น ชนะ 2 เกม, เสมอ 5 นัด และแพ้ 5 หน

UFABET-BEST

การออกไปแพ้ วัตฟอร์ด ทีมในอันดับสุดท้ายของตารางคะแนน 0-2 ถึงสนาม วิคาเรจ โร้ด เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นอีก 1 เกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นได้ไม่ออกในการเจอกับทีมที่ดูด้อยกว่าพวกเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วชุด 11 ตัวจริงก็ไม่ได้ต่างไปจากนัดชนะ สเปอร์ส และ แมนฯ ซิตี้ 2 เกมติดต่อกันมากนัก โดยที่จริงก่อนจะมาพ่าย วัตฟอร์ด ทีมของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ยังทำได้แค่เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน ด้วย ซึ่งตัวเลขเหล่านี้คือตัวอย่างที่ตอกย้ำให้เห็นว่า แมนฯ ยูไนเต็ด เล่นไม่ออกในการเจอกับทีมที่ไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่

– จำนวนประตูที่ทำได้
ในเกมลีกที่เจอกับ ลิเวอร์พูล, แมนฯ ซิตี้, เลสเตอร์, เชลซี, สเปอร์ส และ อาร์เซน่อล ประจำซีซั่นนี้นั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ทำประตูได้ทุกนัด โดยพวกเขายิงไปรวมแล้ว 11 ประตู หรือก็คือคิดเป็นค่าเฉลี่ย 1.8 ลูกต่อเกม

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

ในทางกลับกัน 12 เกมที่เจอกับทีมอื่นๆ “ปีศาจแดง” ทำประตูได้เพียง 15 ลูก คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1.25 ลูกต่อเกม โดยมีถึง 4 นัดที่พวกเขาทำประตูไม่ได้ ประกอบด้วยเกมล่าสุดที่พ่าย วัตฟอร์ด 0-2, นัดแพ้ บอร์นมัธ 0-1, เกมพ่าย นิวคาสเซิ่ล 0-1 และนัดแพ้ เวสต์แฮม 0-2 ซึ่งในบรรดาทีมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้แบบเจาะตาข่ายไม่ได้นั้น มีถึง 3 ทีมที่ตอนนี้อยู่ในโซนหนีตกชั้น ได้ วัตฟอร์ด อันดับ 20, เวสต์แฮม อันดับ 16 และ บอร์นมัธ อันดับ 14 ส่วน นิวคาสเซิ่ล ถึงแม้ตอนนี้จะขึ้นมาอยู่ที่ 9 ของตารางคะแนน และมี 25 แต้มเท่ากับ แมนฯ ยูไนเต็ด แต่ก่อนที่จะชนะ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา พวกเขาก็อยู่ครึ่งล่างของตารางคะแนน

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

– ครองบอลเยอะไม่ช่วย
ส่วนใหญ่แล้วทีมที่มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเยอะกว่าจะเก็บชัยชนะไปได้ อาจจะมีบ้างที่ทีมซึ่งได้ครองบอลเยอะกว่าเป็นฝ่ายแพ้ แต่มันก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยมากนัก อย่างไรก็ตาม แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องถือเป็นข้อยกเว้นสำหรับเรื่องนั้น เพราะในเกมลีกประจำฤดูกาลนี้พวกเขาชนะเพียงแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ จากจำนวนเกมทั้งหมดที่พวกเขามีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเยอะกว่าคู่แข่ง หรือถ้าเทียบเป็นจำนวนเกมก็คือ เอ่อ 1 นัด โดยมันเกิดขึ้นในเกมที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ชนะ นอริช 3-1 เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

ที่จริงปัญหาการครองเกมได้เยอะกว่าแต่กลับเจาะแนวรับของคู่แข่งไม่ได้ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของ โซลชา มันมีเค้าลางมาตั้งแต่ซีซั่นก่อนแล้ว เพราะในฤดูกาลก่อนทีมของกุนซือชาวนอร์เวย์ก็ไม่ชนะในลีกในเกมที่มีเปอร์เซ็นต์ครองบอลเยอะกว่าคู่แข่งเลย ทำให้ถ้านับรวมผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยุคของ โซลชา ตั้งแต่ฤดูกาลก่อนมาจนถึงซีซั่นนี้แล้วนั้น พวกเขาก็ชนะในลีกแค่ 1 เกมจากทั้งหมด 17 นัดที่ได้ครองบอลเยอะกว่าอีกฝ่าย

สถิติตรงนี้ยิ่งตอกย้ำให้เห็นชัดเจนมากขึ้นไปอีกว่าแดนกลางของ แมนฯ ยูไนเต็ด ชุดปัจจุบัน และอาจจะรวมถึงแดนหน้าด้วย ขาดความสร้างสรรค์ในการเล่น พวกเขาทำได้แค่ครองบอลและผ่านบอลไปมา แต่กลับทำอะไรเพิ่มไม่ได้ ในทางกลับกัน ลิเวอร์พูล จ่าฝูงในตอนนี้ มีเปอร์เซ็นต์ชนะเกมลีกในซีซั่นนี้สูงถึง 93 เปอร์เซ็นต์ จากเกมทั้งหมดที่พวกเขาครองบอลได้เยอะกว่าอีกฝ่าย

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

เปรียบเทียบเปอร์เซ็นต์ชนะใน พรีเมียร์ลีก ประจำฤดูกาล 2019-20 จากจำนวนเกมที่ครองบอลได้เหนือกว่าคู่แข่ง ระหว่างทีมในกลุ่ม 4 อันดับแรกกับ แมนฯ ยูไนเต็ด
ลิเวอร์พูล  93 เปอร์เซ็นต์
เลสเตอร์  77 เปอร์เซ็นต์
แมนฯ ซิตี้  65 เปอร์เซ็นต์
เชลซี  56 เปอร์เซ็นต์
แมนฯ ยูไนเต็ด  8 เปอร์เซ็นต์

– คนเดียวที่จ่ายบอลเป็น
ถ้าหากถามว่าวิธีไหนที่จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดความสร้างสรรค์ในเกมรุกได้แล้วล่ะก็ ปอล ป็อกบา ก็คือหนึ่งในทางเลือกที่ว่า จริงอยู่ว่าดาวเตะชาวฝรั่งเศสมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมในบางครั้ง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขาคือคนที่มีความสร้างสรรค์ในการผ่านบอลมากที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

ในเกมกับ วัตฟอร์ด ป็อกบา มีชื่อเป็นตัวสำรอง หลังจากก่อนหน้านี้เจ็บหนักจนต้องพักไปนาน ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวลงมาในนาทีที่ 64 ซึ่งหลังจาก ป็อกบา ลงมาในสนามแล้วนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีโอกาสทำประตูมากกว่าก่อนที่ดาวเตะชาวฝรั่งเศสจะลงสนาม แถมยังมีจังหวะที่ได้จับบอลในกรอบเขตโทษมากกว่าตอนที่ ป็อกบา ยังนั่งอยู่ที่ข้างสนามด้วย

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

ทั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่การลงมาของ ป็อกบา จะทำให้เกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีความอันตรายมากขึ้น เพราะเดิมทีเขาก็เป็นมิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” ที่ผ่านบอลทะลุช่องไปถึงเพื่อนร่วมทีมได้มากที่สุด ที่จำนวน 4 ครั้ง ทั้งที่ได้ลงเล่นน้อยกว่าชาวบ้านชาวช่อง และถ้านับรวมทุกตำแหน่งในทีมเขาก็เป็นอันดับ 2 แพ้แค่ มาร์คัส แรชฟอร์ด เท่านั้น

นักเตะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3 อันดับแรกที่มีจังหวะแทงบอลทะลุช่องไปให้เพื่อนร่วมทีมในลีกได้มากที่สุดในฤดูกาลนี้
1. มาร์คัส แรชฟอร์ด  5 ครั้ง
2. ปอล ป็อกบา   4 ครั้ง
3. แดเนี่ยล เจมส์, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, เจสซี่ ลินการ์ด, อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, เฟร็ด 2 ครั้ง

โรบินฮู้ด! ตัวเลขบ่งชี้ แมนยู อ่อนจัดกับทีมเล็ก

นอกจากนี้ ป็อกบา ยังสร้างโอกาสทำประตูจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ในเกมลีกประจำฤดูกาลนี้ได้ถึง 2.65 ครั้งต่อเกม สูงกว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด อย่างมาก จริงอยู่ว่า สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ กับ เฟร็ด เป็นคู่หูที่ทำผลงานได้ดีในด้านเกมรับ แต่สไตล์ของทั้งคู่ไม่ใช่มิดฟิลด์ตัวรุก ซ้ำร้ายพวกตัวรุกตัวอื่นๆ อย่าง เจสซี่ ลินการ์ด และ ฆวน มาต้า ก็ฝากผีฝากไข้ไม่ได้อีก ด้วยเหตุนี้ ป็อกบา จึงจำเป็นต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนนี้มากๆ และในช่วงเดือนมกราคมนี้ทีมของ โซลชา ก็อาจจะจำเป็นต้องซื้อกองกลางตัวรุกเก่งๆ มาร่วมทีม เพื่อแก้ปัญหาในจุดนี้

เปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการสร้างโอกาสทำประตูในลีกจากจังหวะโอเพ่นเพลย์ของ ป็อกบา, แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ประจำฤดูกาล 2019-20
ป็อกบา 2.65 ครั้งต่อเกม
เฟร็ด 1.46 ครั้งต่อเกม
แม็คโทมิเนย์ 0.83 ครั้งต่อเกม

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com