ข่าวกีฬา ทริปเปียร์

ข่าวกีฬา ทริปเปียร์ ตราหมีระส่ำ! “ทริปเปียร์” ชวดลงบู๊เกมชน หงส์ เกมแชมเปี้ยนส์ลีก

UFAX10

ข่าวกีฬา ทริปเปียร์ คีแรน ทริปเปียร์ แบ็กขวาตัวเก่งของ แอตเลติโก้ มาดริด อาจจะหมดสิทธิ์ลงสนามเจอกับ ลิเวอร์พูล ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้

โดยฟูลแบ็กวัย 29 ปีไม่ได้ลงสนามให้กับ แอตเลติโก้ มาตั้งแต่ศึก ซูเปอร์คัพ กับ เรอัล มาดริด วันที่ 12 มกราคมเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณขาหนีบและในตอนนี้เขาก็ไม่ได้ลงสนามช่วยทีมมาแล้ว 6 นัดถ้วน และดูเหมือนว่าอาการของ ทริปเปียร์ จะไม่ได้ดีขึ้นทำให้ล่าสุดทาง “ตราหมี” ยืนยันว่าแข้งชาวอังกฤษรายนี้ต้องเข้ารับผ่าตัดและอาจต้องใช้เวลาพักอย่างน้อยๆก็ 1 เดือน

ล่าสุด แอตเลติโก มาดริด จึงตัดสินใจส่ง ทริปเปียร์ เข้ารับการผ่าตัด และประสบความสำเร็จด้วยดี จากนั้นแบ็กขวาวัย 29 ปีจะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสภาพร่างกาย แม้ยังตอบไม่ได้ว่าจะฟิตทันลงเล่นเกมสำคัญเจอกับ ลิเวอร์พูล หรือไม่ แต่ อาส สื่อสเปน คาดการณ์ว่า อดีตกองหลัง สเปอร์ส ไม่น่าจะฟิตทันและจะพลาดช่วยทีมตลอดเดือนกุมภาพันธ์

สำหรับโปรแกรมของ แอตเลติโก มาดริด มีเกมสำคัญที่สุดในเดือนนี้คือการเจอกับ ลิเวอร์พูล นัดแรกของรอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก วันที่ 18 กุมภาพันธ์ ขณะที่เกมลาลีกาจะเจอ กรานาดา, บาเลนเซีย, บียาร์เรอัล และ เอสปันญ่อล ตลอดเดือนนี้

ขอบคุณข่าว : https://www.sanook.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

ของจริง! ฮูเปีย ยก ฟาน ไดค์ กองหลังเก่งสุดในโลกขณะนี้

ซามี่ ฮูเปีย อดีตแข้ง ลิเวอร์พูล ออกโรงชม เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟรุ่นน้องว่าเป็นกองหลังที่ดีที่สุดในโลกปัจจุบัน เพราะไม่มีจุดอ่อนใดๆ

Ufax10

สำหรับ ฟาน ไดค์ ย้ายมาร่วมทัพ ลิเวอร์พูล เมื่อปี 2018 ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นสถิติโลกของนักเตะในตำแหน่งปราการหลังขณะนั้น และเจ้าตัวก็ทำผลงานได้อย่างคุ้มเม็ดเงินทุกบาท หลังมีส่วนสำคัญในการช่วยยกระดับแนวรับ และพาทีมกวาดแชมป์ไปแล้ว 3 รายการเมื่อปีที่ผ่านมา ทั้ง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก, ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ

นอกจากนั้นในฤดูกาลนี้ดาวเตะทีมชาติฮอลแลนด์ยังช่วยให้ “หงส์แดง“ รั้งตำแหน่งจ่าฝูงของลีกอยู่ในขณะนี้ หลังเก็บไปแล้ว 64 คะแนนจาก 22 นัดนำหน้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ รองจ่าฝูง 16 แต้ม พร้อมแข่งน้อยกว่า 1 นัด

โดยหลังเกม “แดงเดือด” ที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 เมื่อวันที่ 19 มกราคม ฮูเปีย ได้กล่าวถึง ฟาน ไดค์ ผู้ซึ่งทำประตูขึ้นนำให้กับทีมในแมตช์ที่ผ่านมาว่า “ผมคิดว่าตอนนี้ เฟอร์กิล คือเซนเตอร์ฮาล์ฟที่เก่งที่สุดของโลก เขาไม่มีจุดอ่อนใดๆ โดยตอนที่เขาพึ่งเข้ามาอยู่กับทีม ลิเวอร์พูล กำลังขาดนักเตะที่มีคุณสมบัติผู้นำ ทำให้ เจมส์ มิลเนอร์ กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ต้องรับภาระมากเกินไป”

ขอบคุณข่าว : https://mthai.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : http://www.sports24u.com/

หวั่นไวรัสโคโรน่า !! แมนยู เปลี่ยนโรงแรมด่วน หลังเพิ่งทราบทีมจากจีนเพิ่งเข้าพัก

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนโรงแรมที่พักในสเปนแบบกะทันหัน หวั่นไวรัสโคโรน่า หลังเพิ่งทราบว่า ต้าเหลียน อี้ฟ่าง สโมสรจากจีนเพิ่งเดินทางมาพักที่โรงแรมเดียวกันก่อนหน้านี้

Ufax10

ทีมปีศาจแดง ของกุนซือ โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ได้เดินทางไปเก็บตัวฝึกซ้อมช่วงเบรกหนีหนาวของฟุตบอล พรีเมียร์ลีก ที่ทางตอนใต้ของประเทศสเปน แต่ก็มีเหตุที่ทำให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องเปลี่ยนที่พักแบบกะทันหัน หลังจากเพิ่งทราบว่า ต้าเหลียน อี้ฟ่าง ทีมจาก ไชนีส ซูเปอร์ลีก เพิ่งเดินทางมาเข้าพักก่อนหน้านี้

“แมนยู มีกำหนดการที่จะเข้าพักที่ โรงแรมเวสทินลา ควินต้า กอล์ฟ รีสอร์ทแอนด์สปา แต่หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ของสโมสรทราบว่า สโมสรดังจากจีนที่มี ราฟาเอล เบนิเตซ เป็นกุนซือเพิ่งจะมาเช็คอินเข้าพักเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ของทีมปีศาจแดงตัดสินใจที่จะหาที่พักใหม่ เพราะห่วงด้านความปลอดจากสถานการณ์ไวรัสโคโรน่าที่กำลังระบาดอยู่ ณ ขณะนี้”

“ยูไนเต็ด เปลี่ยนมาเข้าพักที่ โรงแรมเคมปินสกี้ ที่พักสุดหรูระดับ 5 ดาว ติดชายทะเล ในย่านเอสเปโตน่า และจากสถานการณ์ระบาดของไวรัสโคโรน่านั้น ก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ โอเดียน อิกาโล่ กองหน้าตัวยืมของ แมนยู ไม่ได้เดินทางมากับทีมด้วย และยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าฝึกซ้อมที่ สนามแคริงตัน จนกว่าจะถึงสุดสัปดาห์นี้อีกด้วย”

ขอบคุณข่าว : www.kapook.com

สนใจสมัคร ติดต่อ : sports24u.com

เฉยๆนะ!คล็อปป์ไม่เครียดลิเวอร์พูลพ่ายแอตมาดริด

เฉยๆนะ!คล็อปป์ไม่เครียดลิเวอร์พูลพ่ายแอตมาดริด

เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล ไม่เครียดแม้บุกพ่าย แอตเลติโก มาดริด 0-1 ในศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย เลกแรก แต่ลั่นเจอกันเลกสองที่ แอนฟิลด์ ด้าน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ชี้ “ตราหมี” ได้ประตูชัยเพราะโชคช่วย

    เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล เผยว่า ตนไม่ได้ติดใจอะไรกับผลการแข่งขัน หลังจากที่ “หงส์แดง” บุกไปแพ้ แอตเลติโก มาดริด 0-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา

เกมนี้ “ตราหมี” ได้ประตูชัยตั้งแต่นาทีที่ 4 จากลูกยิงส้มหล่นของ ซาอูล ญีเกซ แต่ยังต้องไปลุ้นกันต่อในเกมเลกสองที่สังเวียนแข้ง แอนฟิลด์ วันพุธที่ 11 มีนาคม

  “ผมไม่มีปัญหาอยู่แล้วกับผลการแข่งขัน ผมเห็นสีหน้าที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขหลายคนจากฝั่ง แอตเลติโก ซึ่งผมก็เข้าใจนะ เพราะนี่คือชัยชนะที่สำคัญมาก แต่การแข่งขันมันยังไม่จบ” ยอดกุนซือชาวเยอรมัน กล่าว

ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เซนเตอร์แบ็กคนสำคัญ “หงส์แดง” มีเหน็บคู่แข่ง โดยชี้ว่า แอต. มาดริด ดวงดีในจังหวะได้ประตูชัย “เราเสียประตูจากลูกเตะมุม ซึ่งถือเป็นโอกาสครั้งแรกของพวกเขาด้วย จริงๆ แล้วมันไม่ใช่โอกาสหรอก โชคดีมากกว่า นัดนี้เราครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่สร้างโอกาสแบบเน้นๆ ไม่ได้ กระนั้นเรายังเหลือเกมอีก 90 นาทีให้เล่น ซึ่งเราก็พร้อม”

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

ลิเวอร์พูล มีโอกาสได้หวนกลับไปยังสนามว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ เมกะลูกหนังที่พวกเขาผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อฤดูกาลผ่านมา แต่ครั้งนี้ไม่ได้หอมหวานเพราะ “หงส์แดง” แพ้ แอตเลติโก มาดริด เจ้าบ้าน 0-1 ในเกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เมื่อวันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

แมตช์นี้ต้องยอมรับว่า ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือ “ตราหมี” ทำการบ้านมาดีเยี่ยม เมื่อวางหมากให้ทีมเปิดเกมบุกตั้งแต่ต้นเกมเพื่อหวังได้ประตูขึ้นนำ และก็ทำสำเร็จตามเป้าหมาย จากนั้นพวกเขาก็หันกลับมาเล่นเกมถนัดนั่นก็คือการตั้งรับเหนียวแน่น พร้อมรอจังหวะสวนกลับเป็นระยะๆ

งานนี้ทุกๆ คนต้องซูฮกเกมรับเจ้าบ้านที่เล่นได้อย่างมีระเบียบวินัย โดยปล่อยให้แชมป์เก่าครองเกมได้เต็มที่ แต่พวกเขาก็ทำได้แค่ต่อบอลไปมา และเล่นบอลยาว แต่ไม่เป็นผล เพราะแนวรับของแอต.มาดริด เล่นกันได้อย่างแข็งแกร่งไม่มีหยุดตำแหน่ง

สำหรับตอนนี้สาวก “เดอะ ค็อป” คงต้องหวังพึ่งมนต์ขลังแอนฟิลด์ ในการทำลายกำแพงหิน “ตราหมี” ให้แตกกระจุด เหมือนที่เคยทำได้มาแล้วในแมตช์พลิกนรกชนะ บาร์เซโลน่า รอบตัดเชือก ถ้วยใบโตยุโรป ซีซั่นที่ผ่านมา

 

1. กำแพงตราหมี
เป็นไปตามคาดว่า แอตเลติโก มาดริด เปิดฉากเดินเครื่องใส่เต็มสูบเพื่อหวังทำประตูให้เร็วที่สุด และก็เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ แม้ว่าประตูขึ้นนำอาจจะมีโชคอยู่บ้างเพราะจังหวะที่เจ้าบ้านได้ประตูนำมาจากลูกเตะมุมซึ่งบอลมาโดน ฟาบินโญ่ กระฉอกไปถึง ซาอูล ญิเกซ ที่ไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดลอยตะบันเข้าประตูเรียบร้อย

หลังจากได้ประตูที่ต้องการ งานนี้ “ตราหมี” ก็เล่นเข้าระบบถนัดนั่นก็คือการตั้งรับที่เหนียวแน่นซึ่งนี่เป็นจุดขายของเจ้าบ้าน และเป็นแท็คติกที่ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ถนัด โดยงานนี้เห็นได้ชัดว่า “หงส์แดง” ทำอะไรไม่ได้เลย แม้จะครองเกมได้เหนือกว่าแต่ไม่มีจังหวะยิงตรงกรอบแม้ตั้งเดียว

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

ผลงานชั้นยอดในครั้งนี้ส่วนหนึ่งต้องยกเครดิตให้กับ ซิเมโอเน่ ที่ทำการบ้านมาดี รู้วิธีจัดการจุดเด่นของลิเวอร์พูล นั่นก็คือการเปิดบอลจากด้านข้างซึ่งเกมนี้ แอต.มาดริด ปล่อยให้ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้โยนหลายต่อหลายครั้ง แต่ไม่เกิดประโยชน์ เพราะแนวรับไปยืนคุมพื้นที่ในกรอบเขตโทษกันหมด และนักเตะทุกคนก็รับผิดชอบหน้าที่ของตัวเองได้ดีเยี่ยม

แม้เจ้าบ้านจะวางหมากเน้นเล่นเกมรับเหนียวแน่น แต่ในจังหวะที่มีโอกาสเปิดเกมบุก ก็พยายามเล่นเร็ว โดยเฉพาะตอนที่ได้ลูกฟรีคิก จะเห็นได้ว่าในหลายๆ ครั้งพวกเขาเล่นเร็วจนทำให้แนวรับของแชมป์เก่าตั้งตัวไม่ได้ งานนี้สาวก “เดอะ ค็อป” ต้องยอมรับว่าพวกเขาแพ้ 0-1 ถือว่าดี เพราะเจ้าบ้านมีโอกาสยิงเพิ่ม แต่พลาดกันเอง

 

2. เกมรุกตื้อ
คล็อปป์ วางหมากแบบเดิมนั่นก็คือการเล่นระบบ 4-3-3 ด้วยการใช้ ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่งานนี้ ซิเมโอเน่ วางหมากแก้เกมมาด้วยเช่นกัน โดยใช้เกมรับ 4 ตัว และแทบไม่ขึ้นมาเติมเกม ทำให้สามประสาน “หินเหล็กไฟ” ไม่มีพื้นเพื่อใช้ความเร็วฉีกหนีคู่แข่ง

ขณะที่แดนกลางแน่นอนว่า ฟาบิโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ จอร์จินโย่ ไวนัลดุม พยายามครองบอล และผ่านบอลไปมาบ้างครั้งก็ส่งบอลเข้ากลาง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเกมรับของเจ้าบ้านได้เลย ขณะที่การโยนยาวก็ไม่ค่อยแม่นยำ ทำให้ไม่สามารถกดดันกองหลัง “ตราหมี” ได้เลย

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

ในครึ่งหลัง คล็อปป์ พยายามหามิติใหม่ในเกมรุกด้วยการถอด มาเน่ ออกซึ่งอาจเป็นเพราะนักเตะโดนใบเหลืองด้วยทำให้ต้องเซฟเอาไว้ก่อน และส่ง ดิว็อค โอริกี้ ลงมาแทน แต่ ดาวยิงชาวเบลเยียม ไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เลย เช่นเดียวกับการส่ง อเล็กซ์ อ็อดซ์เลด-แชมเบอร์เลน มาแทน ซาลาห์ ก็ทำอะไรไม่ได้เลย

ส่วนกรณีที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องก็คืออาการบาดเจ็บของ เฮนเดอร์สัน ในช่วงท้าย ทำให้ คล็อปป์ จำเป็นต้องส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาแทน งานนี้เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” คงต้องลุ้นอย่าให้กัปตัน “เฮนโด้” เจ็บหนักเด็ดขาด เพราะอาจจะส่งผลกระทบกับเกมในพรีเมียร์ลีก และเกมนัด 2 รับมือ แอต.มาดริด

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

ที่สำคัญ ลิเวอร์พูล มีสถิติที่ย่ำแย่สุดๆ ในเกมที่ ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่ โดยพวกเขายิงไม่ตรงกรอบเลยเป็นครั้งแรกจากการเล่นในทุกรายการนับตั้งแต่แมตช์แพ้ นาโปลี ที่สนามซาน เปาโล เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2018
3. ซาอูล ตัวนำโชค
ซาอูล ญิเกซ ซึ่งก่อนหน้าที่เกมนี้จะเปิดฉากดวลกันเจ้าตัวออกมายอมรับว่าเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล และมักจะดูการเล่นของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เป็นประจำ โดยเจ้าตัวจัดการส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่ายตั้งแต่ 4 นาทีแรก ทำให้ทีมสร้างความได้เปรียบในเกมแรก

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

จริงๆ แล้วเกมนี้หลายคนชู “หงส์แดง” เหนือกว่าเพราะผลงานในฤดูกาลนี้โดดเด่นเหลือเกิน สวนทางกับ แอต.มาดริด ที่เล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐานในลา ลีกา ซีซั่นนี้ แต่เมื่อพวกเขาลงแข่งในแชมเปี้ยนส์ ลีก ทุกอย่างกลับตาลปัตร ทีมเล่นได้แข็งแกร่ง และทีมมีลุ้นที่จะทะลุเข้ารอบต่อไปซะด้วย

ประตูชัยในเกมนี้ทำให้ ซาอูล ซัดให้กับ “ตราหมี” ไปแล้ว 5 ประตูให้กับต้นสังกัดในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบน็อกเอาต์ เป็นรองเพียงแค่ อองตวน กรีซมันน์ อดีตสตาร์แอตเลติโก มาดริด ที่ปัจจุบันย้ายไปไล่ล่าตาข่ายให้กับ “เจ้าบุญทุ่ม” บาร์เซโลน่า เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น แอต. มาดริด มีสถิติดีเยี่ยมโดยพวกเขาไม่แพ้ใครเลย 37 เกม (ชนะ 33 เสมอ 4) ในทุกรายการหาก ซาอูล ยิงประตูได้ งานนี้สาวก “ตราหมี” คงตั้งความหวังให้เจ้าตัวยิงประตูที่แอนฟิลด์ เพื่อจะได้สร้างโอกาสในการเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ

 

4. เกมเยือนแชมเปี้ยนส์ ลีก ลิเวอร์พูล ไม่คอยดี
แม้ว่าการพ่ายแพ้ในเกมนี้จะเป็นเกมที่ 2 ของลิเวอร์พูลชุดใหญ่จากการลงแข่งทุกรายการในฤดูกาลนี้ก็ตาม แต่ทั้งสองแมตช์เกิดขึ้นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และเป็นแมตช์เยือนในเกมฟุตบอลถ้วยยุโรปซะด้วย ต้องบอกว่านี่เป็นจุดอ่อนของ “หงส์แดง” จริงๆ

ขณะเดียวกันเมื่อย้อนมองดูสถิติการเล่นเกมเยือนในถ้วยใบโตยุโรป ลิเวอร์พูล แพ้ 7 จาก 11 เกมหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก และนี่เป็นอีกครั้งที่พวกเขาไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งออกมาได้เลยในบุกถิ่นของคู่แข่ง ที่สำคัญตอนนี้คงต้องอาศัยความได้เปรียบในแอนฟิลด์ อีกครั้ง

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

แม้ว่าแมตช์นี้เกมนี้ “เดอะ เร้ดส์” จะครองเกมได้ถึง 70 เปอร์เซนต์ แต่พวกเขาไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยซักครั้งเดียว งานนี้ต้องชื่นชมเกมรับของเจ้าบ้านที่วางหมากมาจัดการเกมรุกของแชมป์เก่าได้อยู่หมัด ในขณะที่เกมรุก “ตราหมี” เฉียบคมสุดๆ มีจังหวะยิงเข้ากรอบ 2 ครั้ง และได้ 1 ประตูแถมเป็นประตูชัยซะด้วย

 

5.  เจอกันที่แอนฟิลด์ 
ความรู้สึกของเหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” ในตอนนี้แม้จะผิดหวังอยู่บ้าง แต่ในใจลึกๆ ยังเชื่อมั่นว่าเกม 2 ที่สนามแอนฟิลด์ พลังเชียร์จากผู้เล่นหมายเลข 12 และมนต์ขลังในสนามจะสร้างความได้เปรียบให้กับเจ้าบ้าน รวมทั้งทำให้ผู้มาเยือนต้องขาสั่นเหมือนที่ บาร์เซโลน่า โดนมาแล้วเมื่อซีซั่นที่ผ่านมา

สำหรับสถานการณ์ในเวลานี้ต้องบอกว่า ลิเวอร์พูล ยังไม่ได้อยู่ในช่วงวิกฤติมากนัก เพราะพวกเขาแพ้ แอต.มาดริด เพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ต่างจากในแมตช์รับมือ “เจ้าบุญทุ่ม” ที่เสียเปรียบบานเบอะตามหลังสามประตู ก่อนจะเกิดค่ำคืนมหัศจรรย์ในตอนนั้น

 

ซิเมโอเน่ทำการบ้านมาดี ! เจาะ 5 ข้อ ลิเวอร์พูล บุกแพ้ แอต.มาดริด

 

แน่นอนว่าการที่จะพูดแบบนั้นอาจจะเหมือนการรื้อฟื้นอดีตเพื่อมาคุยข่ม หรือเอาไว้ปลอบใจ ก็แล้วแต่ใครจะคิด อย่างไรก็ตามเป็นที่ทราบกันดีว่า แอนฟิลด์ คือสนามที่ทำให้ทีมเยือนต้องขยาดมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะเสียงกระตุ้นจากแฟนบอล “หงส์แดง” ที่ทำให้อาคันตุกะต้องขาสั่นแน่นอน

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะถึงเกมรับมือ แอต.มาดริด พวกเขามีคิวต้องลงเล่นพบ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, วัตฟอร์ด, เชลซี (เอฟเอ คัพ) และ บอร์นมัธ โดยเกมเหล่านี้ “หงส์แดง” จำเป็นเอาชนะให้ได้เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจก่อนจะดวลกับทีมของกุนซือดีเอโก้ ซิเมโอเน่

“พวกเราทุกคนจะพร้อม ยินดีต้อนรับสู่แอนฟิลด์ เกมมันยังไม่จบ” ประโยคสั้นๆ แต่ได้ใจความของ คล็อปป์ หลังจบเกมที่สนาม ว่านต๋า เมโตรโปลีตาโน่

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

ดั่งนรกชั่งหรือสวรรค์แก้ ถึงทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องก้าวเข้าสู่โปรแกรม

ดั่งนรกชั่งหรือสวรรค์แก้ ถึงทำให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต้องก้าวเข้าสู่โปรแกรมที่บอกเลยว่าสุดหฤโหดมากๆ สำหรับทัพ “เรือใบสีฟ้า”

กวาร์ดิโอล่า

แม้ว่าพวกเขาจะมีขุมกำลังระดับโลกอยู่ในทีมมากมาย แต่การต้องลงเล่นติดๆ กันแบบ 3 วันเกม 4 วันแมตช์ คงยากที่ร่างกายจะฟื้นตัวได้ทัน ซึ่งนั่นอาจจะนำไปสู่การส่งให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ในฤดูกาลนี้ ได้เร็วยิ่งขึ้น !!

ย้อนกลับไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ภัยธรรมชาติจากพายุ “เซียร่า” ถล่มหนัก จนเป็นเหตุให้จำเป็นต้องเลื่อนเกม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ปะทะ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ไปโดยปริยาย และล่าสุด พรีเมียร์ลีก ระบุโปรแกรมแข่งใหม่เรียบร้อยแล้ว โดย “เรือใบสีฟ้า” ต้องเปิดรังเอติฮัด สเตเดี้ยม รับมือ “ขุนค้อน” ในวันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์นี้

แน่นอนว่าโปรแกรมดังกล่าวส่งผลให้ทีมของกุนซือเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต้องลดช่วงเวลาพักผ่อนจากการพักเบรกหนีหนาวลงไปทันที จากเดิมที่จะได้พักตลอด 2 สัปดาห์ กลายเป็นเหลือแค่สัปดาห์ครึ่งเท่านั้น แถมหลังจบแมตช์ดวลทีมของกุนซือเดวิด มอยส์ แล้ว พวกเขาต้องเตรียมเดินทางไปเยือน เลสเตอร์ ซิตี้ ที่สนามคิง พาวเวอร์ ในวันเสาร์ที่ 22 ก.พ.

นั่นหมายความว่า แมนฯ ซิตี้ ได้พักร่างกายเพียงแค่ 3 วันเท่านั้น แต่ความหฤโหดของโปรแกรมเพชรสำหรับ “เรือใบสีฟ้า” ยังไม่หมดแค่นั้นเมื่อทีมได้เวลาพักไม่นานเพราะ 4 วันหลังจากนั้นก็ต้องเก็บเสื้อผ้าขึ้นเครื่องไปประเทศสเปน เพื่อทำศึกใหญ่กับ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ที่สนามซานติอาโก้ เบร์นาวเบว เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย

ด้วยความที่ทีมแข็งแกร่งเหลือเกินทำให้พวกเขาทะลุเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ศึกคาราบาว คัพ ปะทะ แอสตัน วิลล่า ที่สนามเวมบลีย์ โดยโปรแกรมรายการนี้จะจัดขึ้นวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม นั่นหมายความว่า แมนฯ ซิตี้ มีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 4 วันเท่านั้น หลังเสร็จศึกใหญ่ที่แดนกระทิงดุ

เสร็จภารกิจจากการชิงถ้วยใบเล็กสุดในวงการลูกหนังเมืองผู้ดีแล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีเวลาพักฟื้นร่างกายไม่เกิน 3 วันก็ต้องลงฟาดแข้งในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 5 เยือน เชฟฟิลด์ เว้นด์สเดย์ ในวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งแน่นอนว่าสภาพร่างกายของนักเตะตัวหลักคงเริ่มมีอาการอ่อนล้า

กระนั้นเหมือนฟ้าชั่งเพราะแมตช์ต่อไปที่ “เรือใบสีฟ้า” ต้องลงสนาม เป็นเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้แมตช์ ในศึกพรีเมียร์ลีก เยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ซึ่งแน่นอนว่าเกมนี้ขึ้นชื่อว่าศักดิ์ศรีทั้งสองทีมคงเตะกันไฟแล่บ หลังจากนั้นทีมได้พักประมาณ 1 สัปดาห์ ก่อนจะมาเจอเกมเบาๆ ในบ้านตัวเองรับมือ เบิร์นลี่ย์ วันที่ 14 มี.ค.

จากนั้นพวกเขาก็ต้องมาเจองานสุดหินอีกครั้งเมื่อต้องเปิดรังเอติฮัด สเตี้ยม รับมือทีมของกุนซือซีเนดีน ซีดาน ในการชิงชัยถ้วยใบโตยุโรป รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัด 2 วันอังคารที่ 17 มี.ค. ตามด้วยการออกไปเยือน “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ในเกมลีกอีก 4 วันถัดมา

สำหรับโปรแกรมต่อจากนั้นก็คือรับมือ ลิเวอร์พูล ในวันเสาร์ที่ 4 เมษายน โดยเมื่อถึงวันนั้น ไม่รู้ว่าสถานการณ์ของ แมนฯ ซิตี้ กับ “หงส์แดง” ยังคงต้องขับเคี่ยวการแย่งแชมป์พรีเมียร์ลีก กันหรือเปล่า ฉะนั้นคงต้องรอดูกันต่อไป

 

 

 

 

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

ชนะแล้วได้อะไร? : เกมการเมืองสู่ฟุตบอลที่ทำให้ “ไนจีเรีย” วุ่นวายและตกต่ำ

UFABET

ฟุตบอลคือกีฬาอันดับ 1 ของโลก มันคือกีฬาที่ไม่ได้มีแค่ความนิยมเท่านั้น แต่เมื่อโลกหมุนเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนกีฬาเป็นความบันเทิงและธุรกิจ สิ่งที่ใหญ่ที่สุดที่ตามมาก็คือ “เงิน”

และแน่นอน เมื่อมีเงินก็ต้องมีผลประโยชน์เกิดขึ้น ดังนั้นใครก็ตามที่ได้เข้ามายืนในตำแหน่งประมุขในวงการฟุตบอล เขาคนนั้นจะได้รับการนับหน้าถือตา มีอำนาจ และมีอิทธิพลในการต่อรอง จุดนี้เองที่ทำให้สเกลของการเลือกตั้งประธานสมาคมฟุตบอลของหลายๆประเทศเป็นสนามเลือกตั้งเล็ก สำหรับพรรคการเมืองที่ชิงอำนาจในประเทศ

ทุกอย่างที่กล่าวนำมาซึ่งความวุ่นวายและการเล่นนอกกติกา เมื่อเป็นเช่นนั้น ฟุตบอลก็กลายเป็นเครื่องมือของการเมืองอย่างปฎิเสธไม่ได้.. และเมื่อใดก็ตามที่พวกเขาซ่อนเบื้องหลังไว้ไม่มิด สิ่งเหล่านั้นก็จะกลับมาเล่นงานจนชนิดที่ว่าเสียดายเป็นล้านรอบก็ยังไม่พอ

นี่คือเรื่องจริงซึ่งเกิดขึ้นในประเทศไนจีเรีย ที่การเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลนำมาซึ่งความวุ่นวาย, รุนแรง และผูกกับการเมือง จนส่งผลร้ายในแบบที่พวกเขาคาดไม่ถึง

ขอบคุณข่าว : https://www.sanook.com/
สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

แม็คก้าชี้ลิเวอร์พูลควรดึงเด็กเก่ากลับมาร่วมทีม

แม็คก้าชี้ลิเวอร์พูลควรดึงเด็กเก่ากลับมาร่วมทีม

UFABET-BEST

สตีฟ แม็คมานามาน ระบุ ลิเวอร์พูล ควรจะเอา ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ กลับมาอยู่กับทีม เพราะดาวเตะชาวบราซิเลียนมีฝีเท้าที่ดี แต่บอกว่าค่าตัวต้องไม่แพงเกินไปเหมือนกัน

สตีฟ แม็คมานามาน อดีตยอดดาวเตะของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ของศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แสดงความเชื่อว่า “หงส์แดง” ควรจะดึง ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ มิดฟิลด์ บาร์เซโลน่า กลับมาอยู่กับทีม

คูตินโญ่ เคยทำผลงานได้โดดเด่นกับ ลิเวอร์พูล จนเป็นขวัญใจของ “เดอะ ค็อป” หลายคน แต่เขาก็ทำให้แฟนบอลบางส่วนของทีมเดือดดาลสุดๆ จากการที่พยายามบีบให้ ลิเวอร์พูล ต้องขายเขาให้กับ บาร์เซโลน่า จนสุดท้ายดาวเตะชาวบราซิเลียนก็ได้ย้ายทีมสมใจในช่วงเดือนมกราคมของปี 2018

อย่างไรก็ตาม คูตินโญ่ ก็ไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งกับ บาร์เซโลน่า ได้ จนทำให้ซีซั่นนี้โดนปล่อยให้ บาเยิร์น มิวนิค ยืมตัวไปใช้งาน และจนถึงตอนนี้มันก็ยังไม่มีทีท่าว่า “เสือใต้” จะซื้อขาดเขา ทำให้อนาคตของแข้งวัย 27 ปี ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

แม็คมานามาน เผยว่า “ผมไม่มีปัญหาเลยนะที่จะเห็น คูตินโญ่ กลับมาอยู่กับทีม เขาเป็นนักเตะชั้นยอด แต่หลายอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับเรื่องเงิน ถ้าพวกเขาเอา คูตินโญ่ กลับมาได้ด้วยราคาที่สมเหตุสมผล และขายนักเตะสัก 2 คนที่ไม่ได้เป็นกำลังหลักของทีมได้แล้วล่ะก็ ดีลนี้ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ก็ได้”

“มันมีข่าวลือว่า เซอร์ดาน ชากิรี่ อาจจะย่ายออกจากทีมหลังจบฤดูกาลนี้ ส่วน อดัม ลัลลาน่า ก็อาจจะอยากลงเล่นมากขึ้น ถ้ามันมีที่ว่างแล้วล่ะก็ ผมก็อยากให้ คูตินโญ่ กลับมาอยู่กับทีม เพราะเขาเคยเป็นนักเตะที่ยอดเยี่ยมของ ลิเวอร์พูล เขาเป็นนักเตะประเภทที่ว่าจะสามารถเปลี่ยนเกมให้คุณได้ถ้าเกิดแผน เอ ของคุณมันไม่ได้ผล”

“เขาทำประตูที่ยอดเยี่ยมให้กับ ลิเวอร์พูล ได้หลายลูก และถึงแม้ว่าเขาต้องมาเอาชนะใจแฟนบอลให้ได้หลังจากที่เคยก่อเรื่องจากการขอย้ายทีม แต่ผมก็คิดว่าแฟนบอลส่วนใหญ่จะยอมรับว่าเขาเคยเป็นนักเตะที่ดีของ ลิเวอร์พูล ตอนนี้เขาดูเหมือนจะเสียศูนย์ไปนิดๆ เขาต้องได้รับการดูแลด้วยความรักนิดหน่อย จริงไหมล่ะ ? ดังนั้นถ้าเกิดเขาอยากกลับมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล และรายละเอียดของข้อตกลงมันดูดีแล้วล่ะก็ ผมก็ไม่ลังเลเลยที่จะให้เขากลับมาอยู่กับทีม เพราะเขาเป็นนักเตะที่ดีมากๆ”

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : https://www.sports24u.com/

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

UFABET-BEST

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ “ไก่เดือยทอง” พาทีมคืนฟอร์มเก่งหลังเปิดบ้านเชือด มิดเดิ้ลสโบรช์ 2-1 แบบที่รูปเกมถูกใจแฟนบอลโดยผ่านเข้ารอบต่อไปพบ เซาแธมป์ตัน วันที่ 25 มกราคมนี้ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ อังกฤษ (รอบ 3 นัดรีเพลย์) วันอังคารที่ผ่านมา

สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ สเตเดี้ยม

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือสเปอร์ส พาทีมเสมอมิดเดิ้ลสโบรช์ 1-1 ในเอฟเอ คัพ ก่อนแพ้ลิเวอร์พูล 0-1 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่ชนะมา 4 เกมแล้ว

ฟาก โจนาธาน วู้ดเกต กุนซือมิดเดิ้ลสโบรช์ ซึ่งเป็นอดีตนักเตะสเปอร์ส พาทีมเสมอสเปอร์ส 1-1 ในเอฟเอ คัพ ก่อนเสมอดาร์บี้ 2-2 ในเกมลีกล่าสุด ทำให้ไม่แพ้มา 5 เกมแล้ว

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

เริ่มต้นเกมได้เพียง 3 นาที “ไก่เดือยทอง” ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็วเป็นจังหวะผิดพลาดของ โตมาส เมฆิอาส นายทวาร มิดเดิ้ลสโบรช์ จ่ายบอลประมาทโดน โจวานี่ โล เซลโซ่ ตัดบอลในกรอบเขตโทษก่อนแตะหลบเข้าไปซัดด้วยซ้ายตุงตาข่าย

นาทีที่ 12 มิดเดิ้ลสโบรช์ เกือบได้ประตูตีเสมอเป็น ดาวินซอน ซานเชซ จ่ายบอลพลาดโดนแทงสวนย้อนเข้ามาในเขตโทษและเป็น ลูคัส เอ็นเมชา ล็อคหลบ เจเฟ็ต แทนแกนก้า ก่อนตะบันไปติดเซฟ เปาโล กาซซานิก้า เหลือเชื่อ

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

แต่แล้วอีก 4 นาทีกลายเป็น เจ้าถิ่น มาบวกสกอร์หนีห่างออกไปจากความผิดพลาดอีกครั้งของ จอนนี่ ฮาวสัน บังบอลไม่ดีโดน เอริค ลาเมล่า ฉกจากเท้าก่อนโซโล่คนเดียวเกือบตรึ่งสนามเข้าไปดีดด้วยซ้ายสวนตัว โตมาส เมฆิอาส อย่างเหนือชั้น

นาทีที่ 23 สเปอร์ส ทำได้ดีกว่าชัดเจนมีลุ้นอีกครั้งจากลูกจ่ายของ โจวานี่ โล เซลโซ่ บอลแฉลบแนวรับ มิดเดิ้ลสโบรช์ มาเข้าทาง เอริค ลาเมล่า กลับตัวตวัดด้วยซ้ายข้ามคานออกไปนิดเดียว

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

ครึ่งทางผ่านไป “ไก่เดือยทอง” เร่งเครื่องไม่มีผ่อนคราวนี้เป็น ไรอัน แซสเซอญง ฝากบอลชิ่งกับ เอริค ลาเมล่า ก่อนหลุดเข้าไปอัดด้วยซ้ายติดปลายมือ โตมาส เมฆิอาส และจากจังหวะต่อเนื่องของ เจเฟ็ต แทนแกนก้า ดันขึ้นมาได้ซัดถากเสาไกลออกไป

นาทีที่ 31  โจวานี่ โล เซลโซ่ แตะบอลลอดขา มาร์วิน จอห์นสัน ก่อนร่วงลงไปในกรอบเขตโทษแต่ เคร็ก พอว์สัน ขอใช้ “วีเออาร์” ก่อนตัดสินว่าไม่เป็นลูกจุดโทษ

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

ก่อนหมดครึ่งแรก 5 นาที ลูกัส มูร่า พาบอลแหวกแนวรับเข้าไปซัดด้วยขวาหลุดเสาออกไปและเป็นจังหวะหวาดเสียวครั้งสุดท้ายใน 45 นาทีแรก

หมดครึ่งเวลาแรก สเปอร์ส 2 มิดเดิ้ลสโบรช์ 0

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

เปิดฉากครึ่งหลังนาที 53 สเปอร์ส เกือบได้ประตูที่สามจากจังหวะเปิดของ เจเฟ็ต แทนแกนก้า บอลเลยมาเสาไกลถึง ไรอัน แซสเซอญง ตามเข้าชาร์จจ่อๆระยะไม่ถึง 5 หลา ข้ามคานเหลือเชื่อ

นาทีต่อมาทัพ “สิงห์แดง” เกือบตีไข่แตกเช่นกันจากลูกฟรีคิกระยะอันตรายทางฝั่งซ้ายของ ลูวิส วิงก์ วิ่งมาปั่นด้วยขวาเกือบเสียบเสาโชคร้ายติดปลายมือ เปาโล กาซซานิก้า

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

นาที 76 มิดเดิ้ลสโบรช์ พยายามควานหาประตูปลุกความคราวนี้เป็น จอร์จ ซาวิลล์ ที่ลงสนามเป็นตัวสำรองซัดไกลด้วยซ้ายบอลแฉลบไปตกหลังตาข่ายได้เสียว

ก่อนหมดเวลา 10 นาที “ไก่เดือยทอง” จวนได้ประตูปิดกล่องจากจังหวะกึ่งยิงกึ่งผ่านของ คริสเตียน อีริคเซ่น บอลตัดหลังแนวรับถึง ดาวินซอน ซานเชซ สอดมาดีดเปลี่ยนทางไปติดเซฟ ตมาส เมฆิอาส ควักออกมาได้

ไก่มาตามนัด! สเปอร์สไม่พลาดรีเพลย์ทุบมิดเดิ้ลสโบรช์ลิ่วเอฟเอ คัพ

แต่แล้วนาทีที่ 83 มิดเดิ้ลสโบรช์ ตามตีตื้นขึ้นมาจนได้เป็นบอลยาวจากแดนหลัง ดาวินซอน ซานเชซ โขกสกัดไม่ดีมาเข้าทาง จอร์จ ซาวิลล์  เก็บตกก่อนดึงเข้าขวายิงเลียดเสียบมุมสวยงาม

หลังจากนั้นไม่มีสกอร์เพิ่ม จบเกม สเปอร์ส 2 มิดเดิ้ลสโบรช์ 1

รายชื่อผู้เล่นที่ลงสนามตัวจริง  

    สเปอร์ส (4-2-3-1) : เปาโล กาซซานิก้า – เจเฟ็ต แทนแกนก้า, แยน แฟร์ต็องเก้น, ดาวินซอน ซานเชซ, ไรอัน แซสเซอญง – แฮร์รี่ วิงค์ส, เอริค ดายเออร์ (เดเล่ อัลลี่ น.85) – โจวานี่ โล เซลโซ่, คริสเตียน อีริคเซ่น, เอริค ลาเมล่า,  ลูกัส มูร่า (ซน ฮึง-มิน น.61)

    ผู้จัดการทีม : โชเซ่ มูรินโญ่  

    มิดเดิ้ลสโบรช์ (5-3-2-) : โตมาส เมฆิอาส – เจด สเพนซ์ (มาร์คัส ทาเวอร์เนียร์ น.74), จอนนี่ ฮาวสัน, แพ็ดดี้ แม็คแนร์, เดล ฟราย, มาร์วิน จอห์นสัน – ลูวิส วิงก์, อดัม คเลย์ตัน, เบน ลิดเดิล (จอร์จ ซาวิลล์ น.57) – ลูคัส เอ็นเมชา (รูดี้ เกสเตเด้ น.78), แอชลี่ย์ เฟล็ทเชอร์

    ผู้จัดการทีม : โจนาธาน วู้ดเกต  

ผู้ตัดสิน : เคร็ก พอว์สัน

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

UFABET-BEST

กลายเป็นข่าวดังในโลกฟุตบอลเลยทีเดียว สำหรับรายงานที่ออกมาบอกว่า แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สโมสรชั้นนำแห่งเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดินแผนพยายามคว้าตัว บรูโน่ แฟร์นันด์ส กองกลางกัปตันทีม สปอร์ติ้ง ลิสบอน มาร่วมทีมให้ได้ภายในตลาดซื้อ-ขายนักเตะรอบสอง ช่วงเดือนมกราคมนี้

กระแสข่าวมันรุนแรงจนถึงขนาดที่ว่ากันว่า รุย กีมาเรส เอเยนต์ของ แฟร์นันด์ส, เฟรเดริโก้ วารันดาส ประธาน สปอร์ติ้ง ได้เดินทางมาที่กรุงลอนดอนเพื่อที่จะคุยเรื่องย้ายทีมกับ เอ็ด วู้ดเวิร์ด รองประธานบริหารของ แมนฯ ยูไนเต็ด กับ แม็ตต์ จัดจ์ หัวหน้าฝ่ายการเจรจาเรื่องย้ายทีมของ “ปีศาจแดง” แล้วด้วย แถม กีมาเรส ยังไปกด “ถูกใจ” โพสต์ที่ ริโอ เฟอร์ดินานด์ พิมพ์เกี่ยวกับ แฟร์นันด์ส อีกต่างหาก ก่อนที่จะรีบลบแอคเคาท์ทิ้ง

ที่จริง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็มีข่าวกับ แฟร์นันด์ส ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาแล้ว หลังจากที่ดาวเตะวัย 25 ปีทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลก่อน ด้วยการทำไป 32 ประตู กับอีก 18 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 53 นัดในทุกรายการ และวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันว่าในฤดูกาลนี้ฟอร์มของ แฟร์นันด์ส เป็นยังไงบ้าง

– การผ่านบอล
อย่างที่รู้กันดีว่าตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังขาดกองกลางตัวรุกฝีเท้าดี ฆวน มาต้า อายุเยอะจนฝีเท้ากับสภาพความฟิตตกไปในระดับหนึ่ง ส่วน เจสซี่ ลินการ์ด จนถึงตอนนี้ก็ยังหาฟอร์มเก่งไม่เจอจนกลายเป็นตัวถ่วงของทีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งการขาดกองกลางตัวรุกเก่งๆ มันก็ทำให้เกมบุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด มีสภาพย่ำแย่ตามไปด้วย เพราะมันไม่มีใครผ่านบอลไปถึงกองหน้าได้มากเท่าไหร่

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

ทั้งนี้ ในฤดูกาล 2019-20 แฟร์นันด์ส ทำไป 7 แอสซิสต์ จากการลงเล่นในลีก 14 นัด ซึ่งส่วนหนึ่งที่เขาทำแอสซิสต์ได้ในระดับนั้นเป็นเพราะเจ้าตัวผ่านบอลได้ดีจนมีค่าเฉลี่ยการผ่านบอลในจังหวะสำคัญสูงถึง 3.7 ครั้งต่อเกม แถมยังครอสบอลเข้าเป้า 1.7 ครั้งต่อนัดด้วย

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

ขณะเดียวกัน แฟร์นันด์ส ก็ยังมีค่าเฉลี่ยผ่านบอลระยะไกลเข้าเป้า 3.8 ครั้งต่อเกมด้วยกัน ส่วนเปอร์เซ็นต์การผ่านบอลเข้าเป้าของเขาอยู่ที่ 77 เปอร์เซ็นต์ จากการพยายามผ่านบอลเฉลี่ยแล้ว 56.4 ครั้งต่อเกม

– การเลี้ยงบอลและการครองบอล
แม้ว่าหลักๆ แล้วเขาจะเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง แต่ แฟร์นันด์ส ก็เคยต้องเล่นเป็นปีกเหมือนกัน และมันก็ทำให้เขามีทักษะการเลี้ยงบอลในระดับหนึ่ง โดยในฤดูกาลนี้เขาสามารถเลี้ยงบอลผ่านคู่แข่งในลีกเฉลี่ยแล้ว 1.7 ครั้งต่อเกม จากจังหวะการเลี้ยงบอลทั้งหมดเฉลี่ย 2.6 ครั้งต่อนัด

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

นอกจากนี้ แฟร์นันด์ส ก็ยังสามารถเรียกฟาวล์ในลีกได้ถึง 2.6 ครั้งต่อเกมด้วย อย่างไรก็ตาม เขาก็ออกจะมีปัญหาด้านการจับบอลและการครองบอลอยู่สักหน่อย เพราะเขาโดนคู่แข่งแย่งบอลไปได้ 2.1 ครั้งต่อเกม แถมยังจับบอลพลาด 2.7 หนต่อนัดด้วยกัน

– การทำประตู
ด้วยความที่เป็นกองกลาง แฟร์นันด์ส จึงมักจะพยายามหาโอกาสทำประตูอยู่เรื่อยๆ ทั้งจากในกรอบเขตโทษและนอกกรอบเขตโทษ โดยในซีซั่นนี้เขาทำประตูในลีกไปแล้ว 6 ประตู จากจำนวนครั้งการยิงทั้งหมด 50 ครั้ง แบ่งเป็นการยิงนอกกรอบ 32 ครั้ง และการยิงในกรอบเขตโทษ 18 หน

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

ในจำนวน 6 ประตูที่ แฟร์นันส์ ทำได้ในลีกประจำฤดูกาลนี้ มันมาจากการยิงนอกกรอบเขตโทษ 1 ลูก ส่วนอีก 5 ประตูเป็นการยิงจากภายในกรอบเขตโทษ ขณะเดียวกัน ดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสยังทำประตูในเกม ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ได้ถึง 5 ลูกด้วยกัน ซึ่งในจำนวนนั้นเป็นการยิงภายในกรอบเขตโทษ 4 ครั้ง กับนอกกรอบเขตโทษอีก 1 หน

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

ทั้งนี้ จำนวน 11 ประตูจากการลงเล่นทุกรายการที่ แฟร์นันด์ส ทำได้ในฤดูกาลนี้นั้น มันมาจากการเล่นลูกนิ่งถึง 8 ลูก แบ่งเป็นลูกฟรีคิก 3 ประตู และลูกจุดโทษอีก 5 หน ซึ่งการลุ้นประตูจากลูกนิ่งก็ถือเป็นปัญหาระดับหนึ่งของ แมนฯ ยูไนเต็ด โดยเฉพาะเรื่องลูกจุดโทษที่ทีมของพวกเขายิงพลาดเยอะเกินไป อย่างถ้านับเฉพาะในลีกประจำซีซั่นนี้ มันก็มีถึง 4 ครั้งที่นักเตะของ แมนฯ ยูไนเต็ด ยิงลูกจุดโทษไม่เข้า

สรุป : ถ้าเขาย้ายมาอยู่กับทีมของ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ในช่วงเดือนมกราคมนี้จริงๆ และปรับตัวเข้ากับการเล่นใน พรีเมียร์ลีก ได้แล้วนั้น แฟร์นันด์ส ก็น่าจะพอตอบโจทย์ด้านปัญหาการผ่านบอลของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ในระดับหนึ่ง และยังสามารถเล่นลูกนิ่งได้ดีด้วย

จิ๊กซอว์ที่ แมนยู รออยู่ ? เจาะผลงานของ แฟร์นันด์ส ประจำซีซั่น 2019-20

อย่างไรก็ตาม ในฤดูกาลนี้ แฟร์นันด์ส ก็ค่อนข้างจะเสียบอลง่ายเกินไปกับการเล่นในลีกของโปรตุเกสที่ไม่ได้เน้นการปะทะหนักเท่ากับของ พรีเมียร์ลีก นั่นหมายความว่าเขาอาจจะเจอปัญหาด้านการครองบอลในการมาเล่นที่ พรีเมียร์ลีก ได้เหมือนกัน ถ้าหากไม่มีการแก้ไขในจุดนี้ หรือไม่มีการวางแท็กติกที่จะให้ความช่วยเหลือเขาได้ดีเท่าที่ควร

ขอบคุณข่าว : www.siamsport.co.th

สนใจสมัคร ติดต่อ : www.sports24u.com